เมื่อเทคโนโลยีนำหน้าเนื้อหา
เรื่องของเรื่องก็คือ... ผมรู้สึกว่า คนชอบทำหน้า hi5 ให้มี option เสริมเยอะๆ พวกแต่งใส่พื้นหลัง เปลื่ยน style sheet ใส่เพลงประกอบ ใส่สไลด์เพื่อแสดงรูป ________(เติมตามสบาย)
ไม่ใช่รู้แค่รู้สึกเฉยๆนะ ผมลอง google คำว่า "สกิน hi5" ดู... เจอ 2,810,000 หน้า มีมากกว่า "ข้าวมันไก่" (346,000 หน้า ) ซะอีก --> ทฤษฎีด๊อกด๋อยบอกว่าคนชอบแต่งเปลื่ยน hi5 มากกว่ากินข้าวมันไก่ 555
แล้วทำไม? ทำไมน่ะหรอ... ก็มันทำกันจนอ่านตัวหนังสือไม่ออก เสียงเพลงน่ารำคาญ พื้นหลังเคลื่อนไหวได้ ตัวหนังสือกระพริบ รูปที่ควรจะดูทีละรูปก็เอาไปทำเป็นสไลด์ บางคนเก่งรู้เยอะหน่อย ก็ทำ alert box มายินดีต้อนรับเราอีก หนักไปกว่านั้นบางทีสคริปเจ้ากรรมดันรันไม่หยุดอีก
สรุปง่ายๆว่า... <สรรพนามบุรุษที่ 1> รู้อะไร ยัดมันทั้งหมดเข้าไปในหน้านั้นแหละ
เทคโนโลยีทำให้คนทำเว็บได้ง่ายขึ้น, ใส่วีดีโอในหน้าเว็บได้ง่ายขึ้น, ตกแต่งเว็บให้สวยงามได้ง่ายขึ้น, ฯลฯ
แต่... มันทำให้เนื้อหาดูดีขึ้นรึเปล่า?
เราอาจจะคิดได้ว่า ที่ hi5, multiply, bloggang, blah, blah, blah,... เป็นอย่างที่เป็นเพราะคนทำไม่ได้อยากส่งต่อเนื้อหา เค้าแค่อยากพิสูจน์ว่าฉันทำได้ หรือว่าแค่อยากให้คนอื่นมา(คอม)เม้น หรืออาจจะเป็นว่าเค้ารู้สึกว่ามันสวย + อ่านออกจริงๆก็ได้
โอเค... งั้นเราไม่ยุ่งกับเว็บส่วนตัว
เว็บที่มี Flash เยอะๆ ก็เทคโนโลยีนำหน้าเนื้อหาเหมือนกัน... ถ้าคุณเปิดเว็บไซต์เว็บนึง คุณอยากทำอะไร ระหว่างดู intro ที่สวยงาม กับหาข้อมูลที่ต้องการ? (ยังไม่นับที่ว่า search engine อ่านตัวหนังสือใน flash ไม่ออก, bookmark ไม่ได้ ฯลฯ)
แล้ว powerpoint ล่ะ? เทคโนโลยีนำหน้าเนื้อหา หรือเปล่า? อันนี้ไม่น่าถาม... น่าจะเคยฝันร้ายกันมาแล้วทุกคน
เอาใกล้ตัวเข้ามาหน่อย... การติดต่อสื่อสารระหว่างคนกับคนนี่แหละ
สมมุติว่าผมจะบอกเพื่อนว่าพรุ่งนี้ไปเตะบอลกัน มีวิธีอะไรบ้าง 1) เดินไปบอกเลย ถ้าอยู่ใกล้ๆ 2) โทรศัพท์ไปบอก 3) SMS, voicemail 4) email 5)
ลำดับการเลือกใช้ก็ควรจะเป็น 1,2,3,4,5 (ไม่น่าเชื่อว่า เรียงจากเทคน้อยสุดไปเทคมาก) แต่ในความเป็นจริงเกิดอะไรขึ้น? Facebook ครับพี่น้อง
ปัญหาเกิดจากอะไร? ผมคิดว่ามันเกิดจากคนใช้เทคโนโลยีผิดจุดประสงค์ของคนออกแบบ เช่น Flash ออกแบบมาเพื่อเพิ่มการตอบสนองของเว็บ, Microsoft ก็คงไม่ได้จะให้คนใช้ bells & whistles มันทุกหน้า (อันไม่ค่อยแน่ใจ 55) และ Facebook คงไม่ได้อยากทำตัวเป็นโทรศัพท์มือถือ
เมื่อรู้ว่าเราอยากจะทำอะไร ค่อยคิดว่าจะทำยังไง เราทำอะไรได้บ้าง ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มบ้าง ต้องหาคนมาช่วยหรือเปล่า
ถ้าเราเริ่มจากถามว่า เราทำอะไรได้บ้างก็เหมือนกับเราติดอยู่ในกรอบ (ของที่เราทำได้) การสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ก็ไม่เกิด
ตอนที่ผมทำเว็บ กุ๊กไก่ เหตุผลนึงที่ผมไม่ใช่เว็บสำเร็จรูปก็เพราะว่า ในอนาคตผมไม่อยากมานั่งถามว่า x ทำอะไรได้บ้าง ( เมื่อ x คือเว็บมาม่าที่ว่า)
ผมเอา soundtrack มาใส่เว็บได้, ทำตัวหนังสือวิ่งก็ได้, ทำหน้าจอให้กระพริบเมื่อเวลาผ่านไปเป็นจำนวนเฉพาะวินาทีก็ได้ แต่ผมเลือกที่จะไม่ทำ เพราะมันไม่ได้ทำให้คนใช้ เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้นแม้แต่นิดเดียว
ตัวอย่างที่เห็นชัดๆของการเลือกที่จะไม่ทำของบางอย่าง คือ DRM (ป้องกันคนขโมยสินค้าดิจิตอล) เพลงจาก Amazon และ iTunes ตอนนี้ก็ถอด DRM หมดแล้้ว, เกม World of Goo ก็ไม่มีการป้องกันการละเมิดสิทธิใดๆเลย, iWork ที่ซื้อเป็นกล่อง ก็ไม่ต้องใส่ serial number (ผมไม่รู้ว่า trojan ในไฟล์ iWork'09 เถื่อนเป็นฝีมือของใครบางคนที่ Cupertino รีเปล่า 55)
ปล. 1 แต่บางทีที่ผิดสุดๆคือมาน่ังคิดว่าจะทำดีรึเปล่านี่เหละ
ปล. 2 บางครั้งคนออกแบบก็คงไม่รู้เหมือนกันว่าทำมาทำไม เช่น Microsoft Surface มันสวย, ดูดี, ใช้งานได้ตามโฆษณา เสียอย่างเดียว... ไม่รู้เอาไว้ทำอะไร
ปล. 3 ที่ไม่ชอบหน้าโต๊ะตลกตัวนั้นเพราะมันมาอยู่แทนโต๊ะตัวเดิมที่เคยเป็นอ่างเลี้ยงปลาในแล็บ :-P

2 ความเห็นอื่น:
ผมโดนคนโจมตี comment ครับ เดี๋ยววันว่างๆจะมาอธิบาย + แฉ + (เอาคืน ?)
มาโจมตีคอมเมนท์ เป็นข้อๆ:P
1. เราว่าพวกแต่งๆไหไฟมีสองประเภท 1.1 คงแค่อยากทำเพจตัวเองให้เด่น ทำตัวให้ต่างจากชาวบ้านมั้ง อยากแนววว ไม่อยากอยู่ในกรอบที่เว็บมันให้มา คงคิดว่ามันเป็นศิลปะ (รึ?) แต่กลายเป็นว่าใครๆก็ทำกันทั้งนั้น (แป่ว) กะ 1.2 อีกพวกคือ เห็นใครๆก็ทำกันเลยทำมั่ง ไม่งั้นเชยค่ะ เหอๆ
2. เรื่องการติดต่อกัน เราว่ามันไม่เรียงอย่างนั้นเสมอไปหรอกนะ ขึ้นอยู่กะผู้รับผู้ส่งสารด้วยว่าเป็นคนไง สถานการณ์ ความจำเป็น ระดับความเร่งรีบด้วย อย่างเราเนี่ย อีเมล์มาก่อนโทร. ฮ่าๆ (มีมือถือเหมือนไม่มี - -'') แล้ว voicemail มันน่าจะง่ายกว่า sms ไม่ใช่รือ sms กว่าจะกดได้แต่ละตัว - -''
3. การตัดสินใจช้านี่มันผิดมากขนาดนั้นเลยรือ
4. ยอดเล่นไหไฟด้วยหรอ ฮ่าๆ
Post a Comment