February 14, 2007

เงิน (Material Wealth)

Maslow นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน
กล่าวว่า ความต้องการของมนุษย์มีไม่สิ้นสุด
อันนี้ไม่ค่อยน่าตื่นเต้น
เพราะเราฟังกันมาเยอะแล้ว

ที่น่าสนใจคือ
มนุษย์มีความต้องการเป็นลำดับ

ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์
มีหลายเวอร์ชั่น บางอันมีถึง 7 ขั้น
เอาง่ายๆ ก็ 5 ขั้นพอ

ปกติแล้วถ้าพูดถึงทฤษฎีมาสโลว์
ก็ต้องมีปีระมิดอันนี้



อธิบายไว้ว่า
ความต้องการในชั้นบนจะเกิด
ก็ต่อเมื่อ
ความต้องการชั้นล่างๆ ได้รับการตอบสนองแล้ว
(ไม่ได้บอกว่าการตอบสนองเป็นอย่างไร)

สี่ขั้นล่างคือ Deficiency Needs
ถ้าได้มาจะไม่รู้สึกอะไร
แต่ถ้าเสียไปจะกระวนกระวาย อยากเอามาให้ได้

ความต้องการทางกาย
อยากหายใจ กิน ดื่ม นอน ฯลฯ
เป็นความต้องการพื้นฐาน
และอยากได้มากที่สุด

ความต้องการความปลอดภัย
เมื่อมีความต้องการทางกาย"พอ"
ก็จะขยับขึ้นไปขั้นต่อไป
คืออยากมีความปลอดภัย
ในชีวิต ทรัพย์สิน และหน้าที่การงาน

สังเกตว่า "เงิน" สามารถตอบสนอง
ความต้องการสองขั้นแรกได้เป็นอย่างดี
จึงไม่น่าแปลกใจว่า
"ทำไมคนถึงอยากรวยกันนัก"

ความต้องการทางสังคม
มนุษย์ไม่อยากอยู่คนเดียว เปล่าเปลี่ยวใจ
ต้องการการยอมรับจากผู้อื่น มิตรภาพ และความรัก
จึงเกิดเป็นครอบครัว เพื่อนพ้อง และสังคมขึ้นมา

พอถึงขั้นนี้ "เงิน"
เริ่มเติมเต็มความต้องการไม่ได้แล้วครับ
แต่...ก็ยังมีคนพยายามใช้เงิน
เติมเต็มความต้องการนี้อยู่

ความต้องการเป็นที่เคารพนับถือ
แค่ไม่เหงายังไม่พอครับ
มนุษย์ต้องการเป็นที่เคารพเทิดทูนของกลุ่มด้วย
และยิ่งไปกว่านั้นคือ
ความภาคภูมิใจในตนเอง

เงินสามารถ "ซื้อ"
ชื่อเสียง เกียรติยศ และศักดิ์ศรี
ได้หรือไม่?

ขั้นบนสุดเรียกว่า Growth Needs
เมื่อได้รับการตอบสนองแล้ว
มนุษย์จะไม่เลยไปที่อื่นอีก
แต่กลับเป็นตัวกระตุ้นให้ต้องการเพิ่มไปอีก

ความต้องการของตนเอง
ฝรั่งเรียกว่า self-actualization
คือความต้องการในแบบของตน
หรือ โลกในอุดมคติ
แต่ละคนมีความต้องการส่วนนี้แตกต่างกันไป
การปกป้องป่าของ คุณสืบ นาคะเสถียร
การประท้วงโดยสงบของคานธี
การค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์
แม้กระทั่งผู้ก่อการร้ายโดยระเบิดพลีชีพ
ล้วนเป็นความต้องการส่วนนี้ทั้งสิ้น

และแน่นอนว่า
เงินไม่มีส่วนร่วมแม้แต่นิดเดียว
เว้นแต่ว่าอุดมคติของคุณคือการสะสมเงิน

เงิน หรือ Material Wealth
มีส่วนในความต้องการสองขั้นแรกเท่านั้น
ตราบเท่าที่เรามี "พอ"
ส่วนที่เกินจากนั้นก็ไม่มีความหมาย

ที่เขียนมานี่ตรงตามทฤษฎีรึเปล่าไม่รู้
จริงไม่จริงก็ไม่รู้ครับ
แต่ก็ไม่สำคัญเท่าไหร่

ที่สำคัญกว่าคือ
"มันบอกอะไรกับตัวเราบ้าง"

0 ความเห็นอื่น: